คุยเฟื่องเรื่องยั่งยืน
ตอน โอลิมปิกที่ยั่งยืน

แม้แต่ “Tokyo Olympic 2020” ก็ยังมุ่งสู่ “ความยั่งยืน”

“Tokyo Olympic 2020” ที่ประเทศญี่ปุ่นในขณะนี้ได้อ่านการออกแบบและดำเนินการต่างๆ โดยยึดมั่นในหลักการของการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด เพราะทุกดีไซน์ต่างให้ความสำคัญต่อเรื่องของ “การเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”

เริ่มตั้งแต่โลโก้ มาสคอต คบเพลิง แท่นยืนรับเหรียญรางวัล เหรียญรางวัล เสื้อผ้านักกีฬา จนถึงหมู่บ้านนักกีฬา และข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ

หลายเรื่องได้แสดงถึงวิถีชีวิตแบบ New Normal ด้วย อาทิ การตัดสินรางวัลสำหรับตัวมาสคอตของโอลิมปิกในครั้งนี้ก็ตัดสินโดยคณะกรรมการ “เด็ก” เพราะมีแนวความคิดว่าเด็กเหล่านั้นจะเป็นผู้ใหญ่ในอนาคตที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติต่อไป

แท่นรับเหรียญรางวัลก็สร้างจากขวดพลาสติกที่ใส่น้ำยาซักผ้าเป็นแสนๆ ขวดนำมารีไซเคิลใหม่

“คบเพลิง” ก็ทำมาจากอลูมิเนียมรีไซเคิลที่มีส่วนบนสุด (จุดติดไฟ) เป็นหน้าตัดที่มีลักษณะเป็นดอกซากุระ 5 กลีบ

เสื้อผ้าของนักกีฬาที่ถือคบเพลิงก็มาจากการรีไซเคิลขวดพลาสติก

เหรียญรางวัลทั้งเหรียญทอง เหรียญเงิน และเหรียญทองแดง ก็มาจากโทรศัพท์มือถือและเครื่องคอมพิวเตอร์เก่ามากกว่า 6 ล้านเครื่องที่นำมาหลอมละลายรีไซเคิลใหม่ แม้แต่สายคล้องคอเหรียญรางวัลก็มาจากเส้นใยที่ผ่านการรีไซเคิลแล้ว

เรื่องที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดก็คือ “หมู่บ้านนักกีฬา” ที่มีขนาดพื้นที่ประมาณ 5,300 ตารางเมตร โดยใช้ไม้เก่ามากกว่า 4 พันท่อน ซึ่งรวบรวมจาก 63 เมืองของประเทศญี่ปุ่น ไม้แต่ละท่อนจะมีตราประทับว่ามาจากเมืองไหน เพื่อจะได้ส่งกลับได้ถูกหลังจากจบงานแข่งขันโอลิมปิก เพื่อที่ท้องถิ่นจะได้นำไปใช้ประโยชน์ต่อไปได้

ส่วนเตียงนอนทั้งหมดในหมู่บ้านนักกีฬาก็มาจากการรีไซเคิลไม้ฮาร์ดบอร์ดน้ำหนักเบาที่สามารถถอดและประกอบได้ง่าย

แนวความคิดนี้ยังรวมถึง “ชุดกิโมโนประจำชาติ” ที่นางงามหลายสิบคนสวมใส่ บนผ้ากิโมโนจะมีภาพวาดของเอกลักษณ์และสัญลักษณ์สำคัญประจำชาติที่ร่วมแข่งขันกีฬาซึ่งทำให้ชุดกิโมโนงามสง่ามากขึ้นด้วย

ทั้งหมดทั้งปวงของงานระดับโลก “Tokyo Olympic 2020” ที่ญี่ปุ่นครั้งนี้ จึงเต็มไปด้วยเรื่องราวหรือ Story ของญี่ปุ่นที่มีความละเอียดอ่อนและมีความหมายลึกซึ้ง ซึ่งสามารถผสมผสานความทันสมัยและวัฒนธรรมเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน โดยยึดปรัชญาที่เป็นเบื้องหลังการออกแบบก็คือ “Hope” ซึ่งเป็น “ความหวัง” ของโลกทั้งในปัจจุบันและอนาคตที่ยั่งยืน

หลายปีมานี้ องค์กรสหประชาชาติก็ได้กำหนดแนวทางสำหรับเป้าหมายของ “การพัฒนาที่ยั่งยืน” (Sustainable Development Goals: SDGs) รวมทั้งหมด 17 ข้อ ซึ่งครอบคลุมเกือบทุกมิติที่สำคัญๆ ของการอยู่ร่วมกันของชาวโลก คือตั้งแต่มิติด้านคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และอื่นๆ รวมถึงการร่วมกันพัฒนาของประเทศต่างๆ ตามกรอบ 17 ข้อของ “เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน”

นอกจากนี้ยังได้กำหนดหลักปฏิบัติสำหรับ “การลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบ” (Responsible Investment) โดยเน้นให้ทุกภาคส่วนและนักลงทุนให้ความสำคัญต่อการนำประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อม (Environment) เศรษฐกิจ (Economic) สังคม (Society) และธรรมมาภิบาล (Governance) ผนวกรวมเข้าไปในขั้นตอนของการตัดสินใจลงทุนและการดำเนินกิจการต่างๆ ต่อไป

การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนจึงมักอาศัยแนวความคิดของ “3R”  คือการลดใช้ (Reduce) การเพิ่มการใช้ซ้ำ (Reuse) และการนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) เป็นจุดเริ่มต้นในโครงการต่างๆ ที่ขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ (Biological) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green) หรือ “BCG โมเดล” เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

ทุกวันนี้ กิจกรรมต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อโลกของเรา จึงต้องยึดมั่นในหลักการของ “ความยั่งยืน” เป็นที่ตั้ง ภายใต้แนวความคิดของคำว่า “Green” และ “Sustainability” ครับผม!

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn

บทความที่เกี่ยวข้อง

MOU Transparency of Aluminium Can

MOU “Transparency of Aluminium Can Closed-Loop Recycling” เพื่อสนับสนุนการจัดทำระบบรีไซเคิลกระป๋องอลูมิเนียมใช้แล้วแบบครบวงจรในประเทศไทย

อ่านต่อ
Liquid Death น้ำดื่มกระป๋องสายดิบเถื่อนที่ยอดขายพุ่งกระฉูด

Liquid Death น้ำดื่มกระป๋องที่เกิดมาเพื่อฆ่า…

น้ำดื่มกระป๋องยอดขายกว่า 2 หมื่นล้านบาท กำลังเป็นที่จับตามองในฐานะแบรนด์สุดกล้าบ้าบิ่นที่มีภาพลักษณ์ดิบเถื่อน แต่ได้รับการยอมรับอย่างล้นหลาม

อ่านต่อ

LCA กับวงจรชีวิตบรรจุภัณฑ์

วงจรชีวิตบรรจุภัณฑ์มีส่วนที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หลายภาคส่วนกำลังแก้ไขปัญหาเหล่านี้เพื่อช่วยโลกเราจากผลกระทบที่เกิดขึ้น

อ่านต่อ