‘Aluminium Loop’ ดัน Closed Loop สู่มาตรฐานใหม่
หนุน EPR สร้างระบบจัดการบรรจุภัณฑ์ไทย

Aluminium Loop เดินหน้ารีไซเคิลกระป๋องอลูมิเนียมใช้แล้วมากกว่า 1,300 ล้านกระป๋อง ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนมากกว่า 100 ล้านกิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kg CO2 eq) หรือเทียบการปลูกต้นไม้ 11 ล้านต้น ตอกย้ำจุดยืนในการเป็นหนึ่งในโครงสร้างต้นแบบการผลิตบรรจุภัณฑ์อย่างมีความรับผิดชอบของผู้ผลิต สนับสนุนแนวคิด Extended Producer Responsibility (EPR) ที่ประเทศไทยกำลังผลักดันอย่างจริงจัง

EPR หรือ หลักการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิตไปยังตลอดทั้งวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ เป็นแนวคิดที่หลายประเทศทั่วโลกเริ่มใช้ในการผลักดันให้เกิดการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์ที่ใช้เพียงครั้งเดียว เช่น พลาสติก หรือกล่องบรรจุอาหาร ซึ่งผู้ผลิตต้องรับผิดชอบต่อบรรจุภัณฑ์ที่ผลิต ตั้งแต่การออกแบบ กระบวนการผลิต การจำหน่าย การเก็บกลับ การรีไซเคิล ไปจนถึงการกำจัดอย่างถูกวิธี ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ระหว่างการจัดทำนโยบายและแนวทางผลักดันร่วมกับหลายภาคส่วน

“เราตั้งใจสร้างระบบรีไซเคิลที่ไม่ใช่แค่ลดขยะ แต่ต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบให้ทั้งอุตสาหกรรมและสังคมเดินหน้าอย่างยั่งยืนได้จริง วันนี้เราพร้อมเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถรองรับ EPR ได้ทันที เรามีระบบรองรับครบทุกด้าน สามารถติดตามเส้นทางของบรรจุภัณฑ์ตั้งแต่ผลิตจนถึงการเก็บกลับมารีไซเคิล และพร้อมร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม” ภวินท์ กล่าว

“สิ่งที่ทำให้ระบบของเราแตกต่าง คือความโปร่งใส สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ เราติดตามข้อมูลตั้งแต่จำนวนกระป๋องที่ผลิตออกสู่ตลาด จนถึงจำนวนที่ถูกเก็บกลับมารีไซเคิลได้จริงในปริมาณเทียบเท่าโดยน้ำหนัก แบรนด์เครื่องดื่มที่เข้าร่วมโครงการกับเรา จะไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้ผลิตสินค้าเท่านั้น แต่มีความรับผิดชอบร่วมกันตลอดทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรมทั้งหมด”

นอกจากนี้ ในด้านสังคม การรีไซเคิลรูปแบบ Closed Loop ยังช่วยให้เกิดการเก็บกลับบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอลูมิเนียมใช้แล้วเพื่อส่งต่อไปรีไซเคิลเพิ่มมากขึ้น และด้วยมูลค่ารับซื้อที่สูงที่สุดในกลุ่มบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว จึงสร้างรายได้ให้แก่ผู้เก็บกลับ ทั้งยังลดขยะตกค้างสู่สิ่งแวดล้อม ช่วยสร้างกลไกด้านการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์หลังบริโภคได้อย่างเป็นระบบ

“เราอยากสื่อสารและทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าการเลือกบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอลูมิเนียมที่สามารถรีไซเคิลได้ ไม่ใช่ทำเพียงเพื่อสิ่งแวดล้อม แต่คือการแสดงจุดยืนต่อระบบที่เราอยากเห็นในประเทศ ถ้าผู้บริโภคแสดงพลังเลือกซื้อที่ชัดเจน เราจะสามารถขับเคลื่อนให้ทั้งอุตสาหกรรมเปลี่ยนตามได้ สุดท้ายแล้วการรีไซเคิลที่ยั่งยืนต้องเริ่มต้นจากความร่วมมือของทุกฝ่าย ซึ่งจะสามารถเปลี่ยนขยะให้กลายเป็นเศรษฐกิจ เปลี่ยนวิกฤตสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็นโอกาสของประเทศได้” ภวินท์ กล่าวทิ้งท้าย

ด้วยความมุ่งมั่นในการยกระดับระบบรีไซเคิลของไทยให้เดินหน้าได้จริง Aluminium Loop จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่โครงการด้านสิ่งแวดล้อม แต่คือโครงสร้างพื้นฐานที่มีศักยภาพ พร้อมรองรับการดำเนินนโยบาย EPR อย่างเป็นระบบ โดยเปิดโอกาสให้ทั้งผู้ผลิตแบรนด์เครื่องดื่มและผู้บริโภคมีบทบาทร่วมกันในการพัฒนาระบบการรีไซเคิลที่แข็งแกร่ง โปร่งใส และยั่งยืน เพื่อให้ขยะบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภคไม่กลายเป็นภาระของสังคม แต่กลับมาเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าในระบบเศรษฐกิจของประเทศ

Facebook
Twitter
LinkedIn